Kengkarnrua Nannapas Pleng – Кенгкарнруа Наннапас Пленг (Тайланд)
ครั้งหนึ่งในรัสเซีย
Once in a life time in Russia
(Однажды в России)
Студентка из Тайланда описывает в своей статье как впервые познакомилась с русской культурой, с русскими школьниками, увидела снег, попробовала русскую еду, пельмени, пироги, была очарована русским гостеприимством.
รัสเซีย ประเทศที่มีเนื้อที่มากที่สุดบนแผนที่โลก ประเทศที่ใครต่อใครต่างพูดว่ามีฤดูหนาวที่นานที่สุด หนาวที่สุด ประเทศที่เมื่อฉันบอกกับใครๆว่าจะไปเป็นเด็กแลกเปลี่ยน ทุกคนต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ‘มันหนาวมากนะ’
ตั้งแต่เด็กๆฉันชอบดูการ์ตูนมาก จนได้มาดูเรื่อง Anastasia ซึ่งเป็นการ์ตูนเรื่องหนึ่งที่ฉันประทับใจมาก และฉันก็ใฝ่ฝันที่จะมาใช้ชีวิตในต่างประเทศมาโดยตลอด เมื่อฉันตัดสินใจเข้าร่วมโครงการ AFS ในฐานะเด็กแลกเปลี่ยน ฉันก็ไม่ลังเลเลยที่จะใส่ ‘ประเทศรัสเซีย’ ไว้เป็นอันดับแรก โดยไม่ได้ปรึกษาใครหรือหาข้อมูลใดๆมาก่อนเลย แค่เห็นชื่อประเทศก็รู้สึกว่าต้องไปให้ได้ ผนวกกับปัจจัยอื่นๆหลายอย่าง โดยคิดว่าประเทศรัสเซียเป็นประเทศที่ไม่ใช่ใครๆก็จะมาได้ เป็นประเทศที่มีโอกาสที่จะมาได้ยาก เมื่อโอกาสมันมาแล้วทำไมไม่ลองเสี่ยงดูล่ะ? หลังจากได้รับคัดเลือกก็มีเวลาเตรียมตัว 1 ปี ทั้งเอกสาร เสื้อผ้าและ เตรียมใจ
ครั้งแรกที่ได้มาถึงประเทศรัสเซียทุกอย่างดูแปลกตาไปหมด ทั้งภาษา ผู้คน การใช้ชีวิตที่แตกต่างจากในกรุงเทพมหานคร โดยส่วนใหญ่แล้วคนที่นี่จะอาศัยอยู่ในแฟลทเป็นส่วนมาก ทั้งๆที่มีพื้นที่ว่างตั้งมากมาย แต่กลับไม่เลือกที่จะสร้างบ้าน อาหารการกินทุกอย่างก็ดูแปลกตาไปหมด หรือแม้แต่การดื่มชาเอง ที่ดูเหมือนจะเป็นเรื่องปกติมากสำหรับคนรัสเซียซึ่งเมื่อถามว่าอยากดื่มอะไรมักจะตอบว่าชา แทนที่จะเป็นน้ำเปล่า
ครั้งแรกที่ได้ยินภาษารัสเซียก็แอบขำ เพราะว่ามันฟังดูตลกมาก เหมือนชาวอินเดียคุยกัน เป็นภาษาที่ไม่เข้าใจ ไม่เคยได้ยินมาก่อน แต่หลังจากที่ได้มาเรียนจริงๆจังๆ เสียงที่เคยได้ยินแล้วคิดว่ามันตลกก็ไม่ตลกอีกต่อไป ภาษารัสเซียเป็นภาษาที่ยากมาก ทั้งการออกเสียงที่พยัญชนะบางตัวในภาษาไทยเองก็ไม่มี ทำให้ทั้งการพูดหรือฟังกลายเป็นเรื่องที่ยากเอามากๆ อีกทั้งแกรมม่า ซึ่งภาษารัสเซียมีทั้งหมด 6 เคสแถมยังมีการแบ่งเพศและข้อยกเว้นอีกมากมาย ซึ่งบางเคสข้อยกเว้นก็เยอะกว่ากฏการผันอีก การเรียนภาษารัสเซียเลยเป็นไปได้ยากมาก ผ่านมาเกือบ 10 เดือนก็ยังไม่ค่อยเข้าใจในบางครั้ง บางทีก็คิดว่าการเรียนภาษารัสเซียคงเป็นไปไม่ได้ที่จะพูดได้อย่างเจ้าของภาษา ซึ่งถ้าเทียบกับภาษาอื่นๆ เช่น อิตาลี สเปน การเรียนภาษารัสเซียต้องใช้ความพยายามมากกว่าหลายเท่าเลยทีเดียว
ครั้งแรกที่ได้เห็นและสัมผัสหิมะ ที่หนาเอามากๆ จำได้ว่าหิมะแรกตกช่วงปลายเดือนตุลาคม เดือนตุลาคมที่ประเทศไทยยังเป็นฤดูฝนอยู่เลย แม้แต่ในหลายๆประเทศบบนโลก เดือนตุลาคมก็ยังเป็นช่วงฤดูใบไม้ร่วง ไม่มีทางที่หิมะจะตกได้ แต่มันเกิดขึ้นที่ประเทศรัสเซีย หิมะที่ตกปลายเดือนตุลาคม เหมือนจะย้ำเตือนว่า อีกไม่นาน ฤดูหนาวก็จะมาถึงแล้ว ช่วง 3 เดือนแรกของฤดูหนาวเป็นอะไรที่ตื่นเต้นมาก ๆ ถามโฮสทุกวันว่าหิมะจะตกอีกมั้ย จะหนาวขึ้นอีกรึเปล่า ช่วงเดือนธันวาคมได้สัมผัสกับอากาศติดลบ 30 องศา ตื่นเต้นมากๆ ถึงแม้จะหนาวมากๆก็ตามแ ต่ก็สนุกมากๆเหมือนกัน ได้ทำอะไรหลายอย่าง ทั้งเล่นสกี สเก็ตกลางแจ้ง ฤดูหนาวที่รัสเซียสวยมากๆ ทุกอย่างกลายเป็นสีขาว ทั้งถนน ตึกรามบ้านช่อง ต้นไม้ที่มีเกล็ดหิมะเกาะเต็มไปหมด แม่น้ำวอลก้าที่แข็งตัว และมีหิมะปกคลุม ในช่วงที่อากาศหนาวๆมากๆ โดยปกติแล้วหิมะจะไม่ตกแต่จะมีแสงแดดส่องตลอด ทำให้หิมะเป็นประกาย สวยมากๆ และบนแม่น้ำหรือบ่อน้ำหิมะจะแข็งตัวเป็นแผ่นหนามาก บางทีเราก็สามารถเดินข้ามแม่น้ำได้เหมือนกัน พอเริ่มเข้าสู่เดือนกุมภาพันธ์ อากาศก็เริ่มอุ่นขึ้นแต่ก็ยังอยู่ในช่วงฤดูหนาวอยู่ ทำให้ฤดูหนาวเริ่มไม่สนุกเหมือนช่วงแรกๆ เพราะอากาศยังหนาวอยู่ ทำให้เริ่มเบื่อและเกิดอาการ Winter Depression จนเข้าสู่เดือนมีนาคม ช่วงนี้ทุกคนมักจะบอกว่าฤดูหนาวจะจบแล้ว จะเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิ และทุกๆปีจะมีเทศกาล Масленица ซึ่งก็คือเทศกาลที่เหมือนกับว่าบอกลาฤดูหนาวและเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิ โดยช่วงเทศกาลเราจะได้กินแพนเค้กทุกวัน ถือว่าเป็นเทศกาลที่สนุกมากๆ แต่ปีนี้ช่วงเทศกาลหิมะกลับตกลงมาอีก จนช่วงปลายเดือนมีนาคม หิมะที่เหมือนจะละลายก็ตกลงมาอีกรอบ ปีนี้ถือว่าได้ใช้ชีวิตอยู่กับหิมะกว่าครึ่งปีเลยทีเดียว จนในที่สุด กลางเดือนเมษายนก็เข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิอย่างเต็มตัว
ครั้งแรกกับการดื่มวอดก้า อย่างที่รู้ๆกันว่าประเทศรัสเซียขึ้นชื่อเรื่องวอดก้ามาก ครั้งแรกที่ได้ดื่มวอดก้าคือช่วงปีใหม่ โฮสอนุญาตให้ดื่มได้ จริงๆแล้วคนรัสเซียไม่ได้ดื่มวอดก้ากันตลอดเวลา โดยส่วนมากแล้วคนที่นี่ถ้ามีแขกมาเยี่ยมจะเสิร์ฟชาร้อนซะส่วนใหญ่ เพราะอากาศที่หนาว การดื่มชาจะช่วยเพิ่มความอบอุ่นในร่างกายได้ ส่วนการดื่มวอดก้านั้น ก็มักจะดื่มกันในบางโอกาสเวลามีเทศกาลหรืองานเลี้ยงสังสรรค์
ครั้งแรกในประเทศรัสเซียเป็นอะไรที่ตื่นเต้นเอามากๆ ได้รู้จักวัฒนธรรมใหม่ๆ ได้ลองเรียนรู้ภาษาที่ไม่เคยเข้าใจมาก่อน ได้ลองเปิดใจให้กับโลกใหม่ ได้เจอกับอากาศหนาวติดลบที่คิดว่าในชีวิตนี้ถ้าไม่ใช่ที่ประเทศรัสเซียก็คงจะไม่ได้เจออีกแล้ว ประสบการณ์ที่ผ่านมา สอนให้กำรงชีวิตในทางที่ถูกต้อง คิดเป็น หาทางออกให้กับตัวเอง ค้นพบตัวเองมากขึ้น ได้ลองอะไรใหม่ๆ หลายอย่าง ฉันจะเคยลืมเลยว่าได้ใช้ชีวิตในรัสเซียในฐานะนักเรียนแลกเปลี่ยนจากประเทศไทยคนนึง ถึงแม้จะผ่านไปเป็น 10-20 ปี ทุกความทรงจำในประเทศรัสเซีย ทั้งเรื่องดีและไม่ดีก็จะถูกจดจำไปตลอดกาล
นันท์นภัส เก่งการเรือ
เมืองยาโรสลาฟ ประเทศรัสเซีย


